คู่กัน - คู่กรรม
posted on 18 Mar 2010 12:46 by spiderplayground in SpiderxMemoir
เมื่อหลายวันก่อนน้องผมเข้ามาบอกว่า "ทำไง โน้ตบุ๊คของเค้าถึงจะเร็วขึ้นได้" ![]()
ผมก็ตอบว่า "ซื้อใหม่ดิ"
คำตอบของผมเป็นการตอบแบบกำปั้นทุบดินเกินไปไหม...ผมว่าไม่นะ
ก็ไอ่เจ้าโน้ตบุ๊คตัวนั้น ซื้อมาตั้งแต่ เน็ต ADSL ยังไม่เกิด
พอเทคโนโลยีเปลี่ยนไป แต่ของที่ใช้ไม่เปลี่ยนแปลง
ทำให้เจ้าอะซุสสุดหรูตอนนั้น มันกลายเป็นอะทรุดสุดเสมียนในตอนนี้เสียแล้วนิ
จะว่าไปโน้ตบุ๊คของน้องก็เกิดอาการรวนอยู่หลายครั้ง
มีอยู่ครั้งหนึ่งน้องผมบอกว่า "โน้ตบุ๊คเค้าเจ๊ง เค้าคิดว่าจะซื้อเครื่องใหม่"
![]()
ผมได้ทีก็แย็บเอาว่า "งั้นเครื่องเก่านั้นก็ยกให้เค้าแล้วกัน"
เป็นที่ตกลงกันทั้งสองฝ่ายแล้ว ผมก็ยกเครื่องมาที่ห้อง
ลองเปิดฝาเครื่องดูว่าข้างในเป็นอย่างไรบ้าง
เห็นกับตาชัดๆ เลย ว่า แรมหลวม เกือบจะหลุดออกมาจาก slot อยู่แล้ว
ผมก็เลยจัดการเสียบกลับเข้าไปเหมือนเดิม
แล้วก็เปิดเล่นได้ตามปกติ
ผมเอาโน้ตบุ๊คที่ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ไปให้น้องดู บอกว่า "เออ นี่ เค้าซ่อมได้ว่ะ" ![]()
น้องผมสวนคืนทันที "เหรอ งั้นเค้าก็ไม่ต้องซื้อใหม่แล้วดิ ขอบใจนะ"![]()
"อ้าว~ ซะงั้น"
จนกระทั่งวันนี้ โน้ตบุ๊คตัวนั้น จะออกอาการรวนเรเฉไลไปบ้าง แต่ก็รับใช้เจ้าของมันได้อยู่
ยังใช้ พิมพ์งาน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ต ได้ทุกอย่าง ยกเว้นเล่นเกมหนักๆ
แล้วจะซื้อของใหม่มาทำด๋อยอะไร
นั่นคงเป็นความคิดของน้องผม
เมื่อคิดๆ ดู ก็พบว่า ของประเภทคู่กรรมเช่นนั้น ผมเองก็มีกับเขาอยู่บ้าง
อย่างมือถือ เครื่องนี้ ที่อดใจมานานนับปี กว่าจะซื้อมาเปลี่ยนชีวิตขาวดำ ให้มีสีสันขึ้น
จำได้ว่า เครื่องรุ่นนี้ตอนออกใหม่ๆ ราคาประมาณเก้าพันได้
ตอนนั้นอยากได้มือถือฟังเพลงได้เหลือเกิน ก็ได้แต่อดใจรอ
แล้วก็ตามคาด จากเก้าพัน มันก็ลดลงมาเรื่อยๆ เป็นเจ็ดพัน หกพัน
จนกระทั่งเกือบหนึ่งปีผ่านไป ราคาเหลืออยู่ห้าพันกว่าบาท
ผมจึงตกลงใจสอยมาใช้ทันที
นอกจากใช้โทรแล้ว ก็เอาไว้ฟังเพลง- ฟังวิทยุ ตอนไปไหนต่อไหน
และมันก็รับใช้ผมอย่างซื่อสัตย์มาเป็นเวลานาน
จนกระทั่งวันหนึ่ง...
ล้วงจากกระเป๋าออกมา ปรากฎว่าในจอ ไม่มีอะไรให้เห็นเลยนอกจากความขาว
เอาไปให้ร้านดู ร้านบอกว่าจอเสีย เปลี่ยนจอใหม่ เสียเงินประมาณพันบาท
ใช้ไปได้สักสองสามเดือน ผมทำมือถือตกพื้น ...เอาขึ้นมาดู ... จอขาวอีกแล้ว
ผมเอามือถือไปซ่อมที่อีกร้านหนึ่ง ช่างเห็นจอขาวๆ มา ก็ถามว่า "ทำตกมาใช่มะ"![]()
แหม...พี่น่าไปเป็นหมอดูเนอะ ...
ช่างเอาเข้าไปหลังร้าน สักพักนึงก็เอาเครื่องในสภาพปกติกลับคืนมาให้ผม
บอกว่าสายแพร์มันเสีย เปลี่ยนให้ใหม่นะ
ผมถาม "เท่าไหร่ครับ"
![]()
ช่างบอก "สามร้อยบาทจ้า"
![]()
จ่ายสามร้อย เพื่อเปลี่ยนสายแพร์ ดีกว่าจ่ายพันนึง เพื่อเปลี่ยนจอตั้งเยอะ
ผมตกลงจ่าย (ในใจก็ยังรู้สึกล่ะว่ามันแพง)
ใช้ไปได้ไม่ถึงเดือน ผมดันทำมือถือตกพื้นอีก จอขาวอีกครั้ง
คุณบร๊ะช่วย ... ซ่อมครั้งแรกพันนึง ครั้งสองสามร้อย ครั้งสามอีกสามร้อย ...แล้วถ้ามีครั้งที่สี่ ที่ห้าล่ะ
....ซื้อเครื่องไหมดีกว่าไหม...
พอเตรียมกล่องและอุปกรณ์ พร้อมจะเอาไปขายต่อ
ไหนๆ ก็จะขายแล้ว ขอดูไอ่สิ่งที่เรียกว่าสายแพร์หน่อยเถอะฟระ
พลิกไปพลิกมาเป็นเวลานานอยู่ ก็หาทางแงะหน้ากากออกมาจนได้
จอขันติดกับเฟรมด้วยน็อตแบบพิเศษ พอดีที่บ้านมีไขควงปลายดาวหกเหลี่ยม เอามาขันออกได้พอดี
พอขยับจอออกมา ก็เห็นขั้วต่อสายมันไม่สนิท พอกดๆ เข้าไป ก็ปรากฎว่า จอติดใช้ได้เหมือนเดิม
จากเดิมที่คิดว่าจะขายเอาเงินไปสมทบทุนซื้อเครื่องใหม่ ก็เป็นอันล้มเลิกไป
จากนั้นก็ประสบเหตุจอขาวอีกครั้งสองครั้ง
แก้ไขวิธีเดิม
เปิดฝา กดขั้วต่อสายแพร์ ใช้ได้เหมือนเดิม
แม้ว่าปัญหาทำตก แล้วจอขาว ไม่ได้เป็นปัญหาใดๆ อีกต่อไป ก็ยังมีปัญหาอย่างอื่น
มีอยู่วันหนึ่ง เปิดเล่นเพลงแล้วเครื่องรีสตาร์ทเอง ทำให้เลือก Play List ไม่ได้
นอกจากที่ผมคิดว่าเครื่องรวนอีกแล้ว ก็ยังคิดต่อไปอีกว่า
เดี๋ยวนี้มือถือมีใส่ได้สองซิม ดูทีวี เล่น mp3, mp4 ได้ ราคาไม่แพงแล้วน้า~~~
ระหว่างที่ท่องเน็ตดูมือถือรุ่นต่างๆ ไปเรื่อยๆ
ก็ไปเจอกระทู้คนที่ใช้มือถือรุ่นเดียวกับผม
และเจอปัญหาเดียวกันกับผมด้วย
เขาบอกว่า มือถือรุ่นผม ถ้าใช้ๆไป จนเมมโมรี่เครื่องไม่พอ
เวลาเล่น media เครื่องจะรีสตาร์ทเอง
ผมลองเปิดดูเมมโมรี่ของเครื่องดู ... เออ เหลือน้อยจริงๆ ล่ะ
พอลองลบ SMS MMS ที่เก็บไว้ในเครื่องออก
ก็กลับมาเล่นเพลงได้เหมือนเดิม
และกระทั่งเหตุการณ์ที่พอเหมาะพอเจาะ ที่พอจะเปิดโอกาสให้ผมได้ซื้อมือถือเครื่องใหม่ ก็ยังเป็นแค่โอกาส
อย่างเมื่อวานนี้ ที่แม่ผมไปออกกำลังกาย แล้วเอามือถือใส่ไว้ใต้เบาะมอเตอร์ไซด์ที่ล็อคไว้อย่างดี
มือถือแม่ก็กลับโดนขโมย เหมือนกับอันตรธานไปซะเฉยๆ อย่างนั้น
แม่กลับมาเล่าให้ผมฟัง ผมก็ทำเป็นไม่พูดอะไร แต่ในใจยิ้มๆ
"เอาล่ะเว้ย ... มือถือเราเอาให้แม่ แล้วเราก็ไปซื้ออันใหม่"
ผมเปิดดูแคทตาล็อกมือถือ 2sim ดูทีวี mp4 ทัชสกรีน อย่างเมามันส์
ตอนเช้าลงมา จะเอามือถือให้แม่ แต่ยังไม่ทันได้เปิดปากพูด
พอแม่เห็นผม ก็ชูมือถือในมือให้ดู
บอกว่า
"เมื่อคืนบอกน้องว่า มือถือแม่ถูกขโมย น้องเลยให้มือถือแม่มาใช้"
เมื่อก่อนนี้ ทั้งที่ผมไม่มีวี่แววจะได้แต่งงาน เตี่ยผมก็ดักคอกันไว้ก่อนเลยว่า
"เลือกคู่ครองต้องดูดีๆ เลือกแล้วเปลี่ยนไม่ได้ ต้องอยู่กันไปจนกว่าจะตายไปข้างนึง"
พอได้เห็นว่าบางสิ่งบางอย่างที่ทนทรหดอยู่กับเราได้เรื่อยๆ ไป
ผมก็คิดขึ้นว่ากับไอ่เจ้าสิ่งนั้น ผมต้องอดทน และใช้เวลา แค่ไหน กว่าจะได้มา
พอคิดอยากจะเปลี่ยน ก็เปลี่ยนเลย มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ
ก็เลือกมันมาคู่กันแล้ว ก็รับกรรมร่วมกันไปนะ
